กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ต้องมีอะไรบ้าง? เช็กของจำเป็น 6 หมวด เตรียมพร้อมก่อนเกิดภัย
เหตุฉุกเฉินอาจทำให้การเดินทาง ไฟฟ้า และการสื่อสารติดขัด การเตรียมสิ่งของจำเป็นไว้ล่วงหน้าจึงช่วยให้สมาชิกในครอบครัวดูแลตนเองเบื้องต้นได้ ทั้งกรณีต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงและกรณีจำเป็นต้องอยู่ภายในบ้าน โดยควรวางแผนให้ครอบคลุมช่วง 72 ชั่วโมง หรือ 3 วันแรก พร้อมปรับตามความต้องการของแต่ละคน
ภาพประกอบ : การเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน 6 หมวด
ภาพประกอบสร้างด้วย AI
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะนำให้ประชาชนเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน โดยจัดสิ่งของจำเป็นเป็น 6 หมวด เลือกกระเป๋าที่พกพาสะดวก และวางในจุดที่หยิบใช้ได้ทันที พร้อมตรวจสอบสภาพอุปกรณ์และวันหมดอายุอย่างสม่ำเสมอ
-
ยาและสุขภาพ
เตรียมชุดปฐมพยาบาล ยาสามัญประจำบ้าน และยาประจำตัว พร้อมข้อมูลการใช้ยา ประวัติการรักษา และข้อมูลแพ้ยา หากสมาชิกในบ้านมีโรคประจำตัว ควรจัดสิ่งจำเป็นให้เหมาะกับการดูแลต่อเนื่อง และเก็บยาให้ถูกต้องตามเงื่อนไขของยาชนิดนั้น
-
อาหารและน้ำดื่ม
เลือกอาหารที่เก็บได้นานและรับประทานได้ทันที เช่น อาหารพร้อมทาน อาหารกระป๋องชนิดเปิดง่าย และขนมให้พลังงาน โดยตรวจวันหมดอายุและเลือกให้เหมาะกับสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้แพ้อาหาร
สำหรับน้ำดื่ม ปภ. แนะนำให้เตรียม 3 ลิตรต่อคนต่อวัน หากวางแผนสำหรับ 72 ชั่วโมง จะเท่ากับ 9 ลิตรต่อคน จึงควรจัดสรรทั้งน้ำที่พกพาและน้ำสำรอง โดยคำนึงถึงกำลังในการขนย้ายและแผนอพยพด้วย
-
อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือ
เตรียมโทรศัพท์มือถือ พาวเวอร์แบงก์พร้อมสายชาร์จ ไฟฉาย ถ่านสำรอง วิทยุใช้แบตเตอรี่ และนกหวีดสำหรับส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ รวมถึงสมุด ปากกา เชือก หรือเครื่องมือขนาดเล็กที่เหมาะกับการใช้งาน
ควรบันทึกหมายเลขติดต่อสำคัญลงกระดาษด้วย เพื่อให้ยังค้นหาได้เมื่อโทรศัพท์แบตเตอรี่หมดหรือเปิดใช้งานไม่ได้ พร้อมทดสอบอุปกรณ์และชาร์จแบตเตอรี่เป็นระยะ
-
เอกสารสำคัญและเงินสด
จัดสำเนาเอกสารที่จำเป็น เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เอกสารสิทธิการรักษา และข้อมูลติดต่อบุคคลในครอบครัว ใส่ซองหรือถุงกันน้ำ พร้อมกุญแจสำรองและเงินสดย่อยสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น หากระบบชำระเงินออนไลน์ใช้งานไม่ได้
ควรเลือกเอกสารให้เหมาะกับสถานการณ์ และเก็บอย่างมิดชิดเพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูญหายหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
-
สุขอนามัยส่วนบุคคล
เตรียมกระดาษทิชชู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน อุปกรณ์ทำความสะอาดร่างกาย และถุงขยะ เพิ่มผ้าอนามัย ผ้าอ้อม หรืออุปกรณ์เฉพาะบุคคลตามความจำเป็น โดยแบ่งบรรจุให้หยิบใช้สะดวกและป้องกันการรั่วซึม
-
เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม
เตรียมเสื้อผ้าสำรอง เสื้อกันฝน และผ้าห่มน้ำหนักเบาหรือถุงนอนให้เหมาะกับสภาพอากาศและจุดหมายอพยพ เลือกของที่พับเก็บง่าย และป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าเปียกระหว่างเดินทาง
แยกกระเป๋าอพยพออกจากของสำรองในบ้าน
การเตรียมพร้อมสำหรับ 72 ชั่วโมงไม่ได้หมายความว่าต้องบรรจุสิ่งของทั้งหมดไว้ในกระเป๋าใบเดียว กระเป๋าที่ใช้ติดตัวควรมีน้ำหนักที่ผู้ใช้ยกและเดินทางได้จริง ส่วนของสำรองในบ้านควรจัดเก็บในจุดปลอดภัยและเข้าถึงง่าย โดยเฉพาะน้ำและอาหารซึ่งมีน้ำหนักมาก
หากมีคำสั่งอพยพ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และไม่ชะลอการออกจากพื้นที่เพื่อเก็บทรัพย์สินให้ครบทุกชิ้น
จัดแล้วต้องตรวจ พร้อมวางแผนร่วมกันทั้งครอบครัว
หลังจัดกระเป๋า ควรให้สมาชิกทุกคนรู้ตำแหน่งจัดเก็บ กำหนดจุดนัดพบ และทบทวนวิธีติดต่อเมื่อพลัดหลง พร้อมตรวจอาหาร ยา แบตเตอรี่ และอุปกรณ์เป็นระยะ รวมถึงปรับรายการเมื่อจำนวนสมาชิกหรือความต้องการด้านสุขภาพเปลี่ยนไป
การเตรียมพร้อม 72 ชั่วโมงเป็นกรอบสำหรับวางแผนดูแลตนเองเบื้องต้น ไม่ใช่การรับประกันว่าจะได้รับความช่วยเหลือภายในเวลานั้น ทุกครอบครัวจึงควรติดตามประกาศทางการและปรับแผนตามสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่อให้สิ่งของที่เตรียมไว้สามารถนำมาใช้ได้จริงเมื่อจำเป็น
แหล่งข่าว : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
เขียน/เรียบเรียง : พีอาร์ นิวส์ ไทยแลนด์
โพสต์ : พีอาร์ นิวส์ ไทยแลนด์
เผยแพร่ : พีอาร์ นิวส์ ไทยแลนด์
กระจายข่าว : prnewsthailand.com